HS Code คืออะไร หาได้ที่ไหน ใช้ยังไงตอนนำเข้า

Key Takeaway

  • HS Code คือรหัสสากลที่ใช้จำแนกประเภทสินค้าในการนำเข้า-ส่งออกทั่วโลก สินค้าทุกชิ้นที่ผ่านพิธีการศุลกากรต้องมีรหัสนี้
  • HS Code เป็นตัวกำหนดอัตราภาษีนำเข้า การระบุรหัสผิดพลาดแม้แต่ตัวเดียวอาจทำให้เสียภาษีสูงเกินจริง หรือสินค้าถูกกักเพื่อตรวจสอบ
  • สามารถค้นหา HS Code ได้จากระบบค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรบนเว็บไซต์กรมศุลกากรไทย หรือฐานข้อมูลสากลขององค์การศุลกากรโลก (WCO)
  • สินค้าชนิดเดียวกันอาจมีรหัส HS Code ที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับวัสดุ ส่วนประกอบ วัตถุประสงค์การใช้งาน หรือสภาพของสินค้า
  • การเลือกใช้ชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยวิเคราะห์และระบุรหัส HS Code ที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

 


 

HS Code คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ HS Code ย่อมาจาก Harmonized System Code คือระบบรหัสสากลที่องค์การศุลกากรโลก (WCO) กำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการจำแนกประเภทสินค้าสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ปัจจุบันมีมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกที่ใช้ระบบเดียวกันนี้ ทำให้ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ชิปปิ้ง และเจ้าหน้าที่ศุลกากรจากทุกประเทศสามารถสื่อสารและเข้าใจตรงกันได้ทันทีว่าสินค้าดังกล่าวคืออะไร

สำหรับผู้นำเข้า รหัส HS Code มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อต้นทุนทางธุรกิจ เพราะเป็นตัวกำหนดอัตราภาษีอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม หากระบุรหัสผิดหมวดอาจทำให้ต้องแบกรับต้นทุนภาษีที่สูงเกินจริง หรือในทางกลับกัน หากสำแดงรหัสที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ก็อาจถูกเพ่งเล็ง ตรวจสอบย้อนหลัง และเผชิญกับโทษปรับที่รุนแรงได้

 

โครงสร้างของ HS Code ระบบ HS Code มีโครงสร้างการจำแนกที่เป็นมาตรฐานสากลโดยเรียงลำดับรหัสจากกลุ่มใหญ่ไปสู่รายละเอียดเฉพาะเจาะจง ดังนี้

  • 2 หลักแรก เรียกว่า ตอน (Chapter) บ่งชี้ถึงกลุ่มสินค้าหลัก เช่น ตอน 85 เป็นกลุ่มเครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และส่วนประกอบ
  • 4 หลักแรก เรียกว่า ประเภท (Heading) เจาะจงลักษณะและหน้าที่การทำงานของสินค้าในตอนนั้นๆ เช่น 8517 เป็นกลุ่มโทรศัพท์และอุปกรณ์เพื่อการสื่อสาร
  • 6 หลักแรก เรียกว่า ประเภทย่อย (Subheading) เป็นรหัสมาตรฐานสากลที่ทุกประเทศทั่วโลกใช้ตรงกัน เช่น 8517.13 คือสมาร์ทโฟน
  • 8 หลัก เรียกว่า ประเภทย่อยอาเซียน (Tariff Line) ประเทศไทยรวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะใช้ระบบพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน (AHTN) ซึ่งขยายเพิ่มเป็น 8 หลัก เพื่อระบุรายละเอียดการจัดเก็บภาษีและข้อบังคับนำเข้าเฉพาะภูมิภาคให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 

หา HS Code ได้จากที่ไหน ช่องทางที่แม่นยำที่สุดคือการสืบค้นผ่านทางเว็บไซต์ระบบพิกัดอัตราศุลกากรของกรมศุลกากรไทย (customs.go.th) ซึ่งจะแสดงข้อมูลรหัสพร้อมอัตราภาษีที่เป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องมือค้นหาในระดับสากล เช่น Trade Map ของศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (ITC) เพื่อดูข้อมูลเปรียบเทียบได้

อย่างไรก็ตาม การค้นหารหัสด้วยตนเองมักมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากสินค้าที่มีลักษณะภายนอกคล้ายกันอาจถูกจัดอยู่ในรหัสที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับวัสดุหลัก ส่วนประกอบ หรือฟังก์ชันการใช้งานหลัก เช่น กระเป๋าที่ผลิตจากหนังแท้กับกระเป๋าที่ผลิตจากพลาสติก จะใช้รหัสคนละตัวและมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน

 

ใช้ HS Code ยังไงในกระบวนการนำเข้า ผู้นำเข้าจะต้องระบุรหัส HS Code ในเอกสารสำคัญสำหรับการนำเข้าทุกฉบับ ได้แก่ ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration) ใบกำกับสินค้า (Invoice) และใบรายการบรรจุภัณฑ์ (Packing List) เพื่อยื่นต่อกรมศุลกากร

นอกจากนี้ รหัส HS Code ยังเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) เช่น การใช้ฟอร์มอี (Form E) สำหรับสิทธิลดหย่อนภาษีในการนำเข้าสินค้าจากจีน หากรหัส HS Code ที่ระบุในเอกสารนำเข้าไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีนั้นจะถูกปฏิเสธทันที

การทำความเข้าใจเรื่อง HS Code จึงเป็นพื้นฐานที่ผู้นำเข้าทุกคนไม่ควรละเลย เพราะส่งผลต่อต้นทุนและขั้นตอนการดำเนินพิธีการศุลกากรโดยตรง VIPCARGO88 ผู้ให้บริการนำเข้าสินค้าจากจีนครบวงจร พร้อมดูแลคุณด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ช่วยวิเคราะห์รหัส HS Code ที่ถูกต้อง จัดเตรียมเอกสารอย่างแม่นยำ และดำเนินพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนให้ธุรกิจของคุณตั้งแต่วันแรก สามารถศึกษาข้อมูลบริการเพิ่มเติมได้ที่ vipcargo88.com

 


 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

  1. Q: HS Code กับ Tariff Code ต่างกันอย่างไร?
    A: ในบริบทของการนำเข้ามักใช้แทนกันได้ แต่ในทางเทคนิค HS Code จะหมายถึงรหัสมาตรฐานสากล 6 หลักแรก ส่วน Tariff Code มักหมายถึงรหัสพิกัดศุลกากรที่แต่ละประเทศนำมาขยายหลักเพิ่มเพื่อใช้จัดเก็บภาษีภายในประเทศ เช่น ระบบ 8 หลัก (AHTN) ของไทย

  2. Q: หากระบุ HS Code ผิดโดยไม่มีเจตนาทุจริต จะมีผลอย่างไร?
    A: หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบระหว่างพิธีการ สินค้าอาจถูกกักเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้นำเข้าต้องชำระภาษีส่วนต่างให้ครบถ้วน และอาจต้องเสียค่าปรับในข้อหาสำแดงเท็จ แม้จะไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีก็ตาม การตรวจสอบความถูกต้องก่อนยื่นเอกสารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

  3. Q: สินค้าชนิดเดิมที่เคยนำเข้ามาแล้ว ในการนำเข้าครั้งต่อไปต้องใช้ HS Code เดิมหรือไม่?
    A: ใช่ หากสินค้านั้นเป็นสินค้าตัวเดิม มีส่วนประกอบ สเปค และวัสดุเหมือนเดิมทุกประการ ควรใช้รหัสเดิมเพื่อความต่อเนื่อง แต่หากสินค้ามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง วัสดุ หรือฟังก์ชันการใช้งาน แม้เพียงเล็กน้อย ก็จำเป็นต้องตรวจสอบพิกัดใหม่อีกครั้ง

  4. Q: ชิปปิ้งสามารถช่วยหารหัส HS Code ให้ได้หรือไม่?
    A: ชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญจะสามารถช่วยวิเคราะห์ จัดกลุ่ม และแนะนำรหัส HS Code ที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ผู้นำเข้าได้ อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบทางกฎหมายในการสำแดงข้อมูลยังคงเป็นของผู้นำเข้า ดังนั้น การใช้ชิปปิ้งเป็นที่ปรึกษาควบคู่กับการตรวจสอบความถูกต้องร่วมกันจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยง

 

 

 
 

ปิดความเสี่ยงโดนกักพัสดุหน้าด่านและสกัดปัญหาค่าปรับข้อหาสำแดงเท็จย้อนหลังจากการระบุพิกัดสินค้าผิดพลาดในปี 2026! เจาะลึกบทความ "คู่มือทำความเข้าใจระบบรหัสสากล HS Code สำหรับผู้นำเข้า" โดย VIPCARGO88 พากางโครงสร้างรหัสสินค้าตั้งแต่ระดับตอน ประเภท ไปจนถึงระบบรหัสอาเซียน 8 หลัก (AHTN) เผยความสำคัญของการแมตช์ตัวเลขในอินวอยซ์ แพ็กกิ้งลิสต์ และเอกสาร Form E เพื่อสิทธิ์ลดหย่อนภาษีศุลกากรจีนไทย 0% ยกระดับความแม่นยำด้วยพาร์ตเนอร์ชิปปิ้งที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบพิกัดสินค้าอย่างตรงไปตรงมา 

สาระน่ารู้

Visitors: 6,991,132