LCL (Less than Container Load) คืออะไร? รู้จักการขนส่งแบบแบ่งพื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์

Key Takeaways

  • LCL (Less than Container Load) คือการแชร์ตู้คอนเทนเนอร์กับผู้อื่น เหมาะสำหรับการนำเข้าสินค้าปริมาณน้อย
  • ข้อดีคือ ประหยัดค่าใช้จ่าย ยืดหยุ่น และเหมาะสำหรับ SME
  • ควรรู้ว่า LCL อาจใช้เวลามากกว่า FCL เนื่องจากต้องรอรวมสินค้าจากหลายผู้ประกอบการ
  • การใช้บริการตัวกลางที่เชื่อถือได้ เช่น VIPCARGO88 ช่วยให้การขนส่ง LCL เป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีการติดตามตลอดกระบวนการ

 

การนำเข้าสินค้าจากจีนหรือประเทศอื่น ๆ มีหลายวิธี โดยหนึ่งในรูปแบบที่นิยมมากสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงกลาง คือ การขนส่งแบบ LCL (Less than Container Load) หรือการแบ่งพื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์ร่วมกับผู้นำเข้ารายอื่น วิธีนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเช่าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ แต่สามารถแชร์พื้นที่ตามปริมาณสินค้าของตนเองได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังคงได้ประโยชน์จากการขนส่งทางเรือ

 


 

LCL (Less than Container Load) คืออะไร?

LCL หรือ การขนส่งแบบแบ่งพื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์ คือรูปแบบการขนส่งสินค้าทางเรือที่ผู้ประกอบการสามารถรวมสินค้าของตนเองกับสินค้าของผู้อื่นในตู้คอนเทนเนอร์เดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปริมาณสินค้าน้อย ไม่เพียงพอที่จะเช่าตู้ทั้งตู้ (FCL – Full Container Load)

จุดเด่นของ LCL

• ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ่ายเต็มราคาทั้งตู้
• เหมาะกับสินค้าปริมาณน้อย หรือการทดลองนำเข้าสินค้าใหม่
• ยืดหยุ่น สามารถส่งได้แม้มีของไม่มาก

 


 

 

ข้อควรรู้ในการใช้ LCL

แม้จะเป็นวิธีที่คุ้มค่า แต่ LCL ก็มีสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้ เช่น

• ระยะเวลาขนส่งอาจนานกว่า FCL เนื่องจากต้องรอรวมสินค้ากับผู้อื่น
• การจัดการสินค้าอาจมีความซับซ้อนมากกว่า เพราะมีหลายผู้ประกอบการแชร์ตู้เดียวกัน
• ต้องตรวจสอบเอกสารและ Shipping Marks ให้ถูกต้องเพื่อป้องกันการสับสนระหว่างการขนส่ง

 


 

LCL เหมาะกับใคร?

• ธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME ที่ต้องการนำเข้าสินค้าจำนวนไม่มาก
• ผู้นำเข้าที่ต้องการทดสอบตลาดก่อนสั่งสินค้าล็อตใหญ่
• ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภท

 


 

เลือกตัวกลางที่เชื่อถือได้ ช่วยให้การส่ง LCL ราบรื่น

การขนส่งแบบ LCL จำเป็นต้องใช้ผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญและมีเครือข่ายขนส่งที่น่าเชื่อถือ เช่น VIPCARGO88 ที่ให้บริการนำเข้าสินค้าจากจีนทั้งแบบ ทางรถและทางเรือ พร้อมตัวเลือก LCL และ FCL ตามความต้องการของลูกค้า ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะถึงไทยอย่างปลอดภัย ตรงเวลา และคุ้มค่าที่สุด

 


 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการขนส่งแบบ LCL

  1. คำถาม : การคำนวณค่าขนส่งในระบบ LCL ส่วนใหญ่มีเกณฑ์การคิดราคากับผู้ประกอบการอย่างไร?
    คำตอบ : การขนส่งแบบ LCL หรือการแชร์ตู้สินค้า จะคำนวณค่าบริการตามปริมาณพื้นที่การใช้งานจริงของสินค้าครับ โดยส่วนใหญ่ชิปปิ้งจะคิดราคาตามปริมาตรที่มีหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร (CBM หรือ คิว) หรือคิดตามน้ำหนักจริงของสินค้า (กิโลกรัม) ขึ้นอยู่กับว่าสัดส่วนใดมีมูลค่ามากกว่ากัน ทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องแบกรับต้นทุนคงที่ในการเหมาตู้ทั้งใบ

  2. คำถาม : เหตุใดการขนส่งแบบ LCL ถึงอาจใช้ระยะเวลาในกระบวนการโลจิสติกส์นานกว่าการขนส่งแบบ FCL?
    คำตอบ : เนื่องจากในขั้นตอนต้นทาง คลังสินค้าชิปปิ้งจำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการหลาย ๆ รายให้เต็มตู้คอนเทนเนอร์ก่อนจึงจะทำการปิดตู้และส่งออกได้ครับ รวมถึงในขั้นตอนปลายทางเมื่อตู้สินค้ามาถึงด่านศุลกากร ก็จะต้องผ่านกระบวนการเปิดตู้เพื่อคัดแยกสินค้า (Decanning) ออกตามใบขนของแต่ละบุคคล ทำให้มีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าตู้ที่มาใบเดียวชิ้นเดียว

  3. คำถาม : ความเสี่ยงเรื่องสินค้าปะปนหรือสูญหายในการขนส่งแบบแชร์ตู้ LCL มีแนวทางป้องกันอย่างไรได้บ้าง?
    คำตอบ : แนวทางป้องกันที่ดีที่สุดคือการจัดทำเครื่องหมายและเลขหมายหีบห่อ (Shipping Marks) ติดไว้บนกล่องสินค้าอย่างชัดเจนและถูกต้องตรงตามเอกสารส่งออกครับ นอกจากนี้ การเลือกใช้บริการชิปปิ้งที่มีระบบบริหารจัดการคลังสินค้าที่ได้มาตรฐานอย่าง VIPCARGO88 จะช่วยให้มีการคัดแยก จัดวาง และติดตามสถานะสินค้าในตู้ร่วมได้อย่างเป็นระบบ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดได้อย่างดีเยี่ยม

  4. คำถาม : สินค้าประเภทใดที่ไม่เหมาะสมกับการเลือกส่งผ่านช่องทางแชร์ตู้คอนเทนเนอร์แบบ LCL?
    คำตอบ : สินค้าที่ไม่เหมาะสมคือ สินค้าประเภทเปราะบาง แตกหักง่าย หรือสินค้าที่ต้องการการดูแลการควบคุมอุณหภูมิเป็นพิเศษครับ รวมถึงสินค้าอันตรายบางประเภท เนื่องจากความเสี่ยงในการจัดวางร่วมกับสินค้าชนิดอื่นในตู้ที่มีความหลากหลายอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย หากสินค้ามีลักษณะเฉพาะดังกล่าว การเลือกส่งแบบเหมาตู้ (FCL) หรือปรึกษาตัวแทนชิปปิ้งเพื่อแยกแพ็คเกจจิ้งแบบพิเศษจะปลอดภัยกว่าครับ

 

 

 การนำเข้าสินค้าจากจีนแบบ LCL (Less than Container Load) คือการแชร์พื้นที่คอนเทนเนอร์กับผู้นำเข้ารายอื่น ช่วยลดต้นทุน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากจีนแบบรวมตู้โดยไม่ต้องเช่าทั้งตู้

 

 

 

สาระน่ารู้

Visitors: 6,987,943