เปรียบเทียบขนส่งสินค้าจากจีน ทางรถ vs ทางเรือ ต่างกันยังไง?

Key Takeaways 

  • จุดเด่นของการขนส่งทางรถ (ทางบก) : เน้นความรวดเร็วเป็นหลัก โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 5 - 7 วัน มีรอบการจัดส่งถี่และเคลียร์ศุลกากรได้ไว เหมาะสำหรับสินค้าแฟชั่น สินค้าตามกระแส แกดเจ็ต หรือสินค้าที่มีวงจรชีวิตสั้นและต้องการทำรอบขายให้ทันเวลา
  • จุดเด่นของการขนส่งทางเรือ (ทางทะเล) : เน้นความคุ้มค่าด้านต้นทุนในระยะยาว มีราคาค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตรที่ถูกกว่าทางรถอย่างมาก สามารถรองรับสินค้าขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หรือการสั่งซื้อล็อตใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยใช้เวลาจัดส่งเฉลี่ย 15 - 20 วัน
  • หลักเกณฑ์การตัดสินใจเลือก : หากต้องการความคล่องตัวเชิงเวลาและต้องการให้สินค้าเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วควรเลือกทางรถ แต่หากต้องการควบคุมต้นทุนค่าขนส่งให้ต่ำที่สุดเพื่อสร้างมาร์จิ้นกำไรสูงสุดและสามารถรอสินค้าได้ควรเลือกทางเรือ
  • VIPCARGO88 พาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ครบวงจร : รองรับการขนส่งจากจีนทั้งสองรูปแบบผ่านโครงข่ายคลังสินค้าใน 3 เมืองหลัก (กวางโจว , เซินเจิ้น , อี้อู) พร้อมดูแลพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้องและสามารถออกใบกำกับภาษีในนามบริษัทของลูกค้าได้แบบ Door to Door

 

การนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุน และ เพิ่มกำไร หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ ขนส่งทางรถกับทางเรือ แบบไหนดีกว่ากัน? บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์แบบเจาะลึก เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 


 

1. ขนส่งทางรถจากจีน

ข้อดี

เร็วมาก ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 5 –7  วัน
• เหมาะกับสินค้าที่ต้องรีบใช้ เช่น ของตามฤดูกาล, โปรโมชั่นพิเศษ
• เดินพิธีการศุลกากรได้ไว มีรอบส่งถี่

ข้อจำกัด

• ค่าขนส่งต่อลูกบาศก์เมตรสูงกว่าทางเรือ
• พื้นที่จำกัดกว่าทางเรือ เหมาะกับสินค้าน้ำหนักเบา หรือปริมาณไม่มาก

เหมาะกับใคร?
ร้านค้าออนไลน์, ธุรกิจขนาดเล็ก, ผู้นำเข้าสินค้ากลุ่มแฟชั่น, Gadget หรือสินค้าร้อนแรงในช่วงเวลาสั้น

 


 

2. ขนส่งทางเรือจากจีน

ข้อดี

ราคาถูกกว่า มาก เมื่อเทียบต่อลูกบาศก์เมตร
• เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่, น้ำหนักมาก
• มีตารางเรือประจำชัดเจน

ข้อจำกัด

• ใช้เวลานานกว่า เฉลี่ย 15 – 20 วัน
• เสี่ยงต่อความล่าช้าจากด่านศุลกากร หรือสภาพอากาศ

เหมาะกับใคร?
ธุรกิจที่สั่งสินค้าครั้งละมาก ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องจักร หรือสินค้าที่ไม่มีฤดูกาลเร่งรีบ

 


 

3. ตารางเปรียบเทียบสั้น ๆ

 

 


 

4. แล้วเลือกแบบไหนดี?

หากคุณต้องการความรวดเร็ว ไม่ซีเรียสเรื่องต้นทุนเพิ่มเล็กน้อย : ขนส่งทางรถ คือตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
แต่หากคุณต้องการขนสินค้าล็อตใหญ่ และ อยากลดต้นทุนระยะยาว : ขนส่งทางเรือ จะตอบโจทย์มากกว่า

 


 

5. VIPCARGO88 ผู้เชี่ยวชาญด้านนำเข้าสินค้าจากจีน

ไม่ว่าคุณจะเลือกขนส่งทางรถ หรือทางเรือ VIPCARGO88 มีบริการครบ จบทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดหา, ขนส่ง, เคลียร์ศุลกากร และ ออกใบกำกับภาษีในนามบริษัทคุณ พร้อมโกดัง 3 เมืองใหญ่ในจีน (กวางโจว, เซินเจิ้น, อี้อู) และ ศูนย์กระจายสินค้าในไทย ส่งตรงถึงมือคุณแบบ Door to Door

 


 

สรุป

การเลือกขนส่งจากจีนที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มทั้งกำไร และ ความคล่องตัวในธุรกิจ หากคุณยังลังเล หรือไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การนำเข้าของคุณ ทั้งประหยัด และปลอดภัย

 


 

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเลือกช่องทางขนส่งสินค้าจากจีน

  1. คำถาม : หากต้องการนำเข้าสินค้าประเภทเสื้อผ้าแฟชั่นตามกระแส ควรเลือกขนส่งทางรถหรือทางเรือดีกว่ากัน?
    คำตอบ : แนะนำให้เลือกการขนส่งทางรถด่วนครับ เนื่องจากสินค้าแฟชั่นเป็นสินค้าที่มาไวไปไวและพึ่งพากระแสในโซเชียลมีเดีย การขนส่งทางรถที่ใช้เวลาเพียง 5 - 7 วัน จะช่วยให้คุณได้รับสินค้ามาวางจำหน่ายได้ทันความต้องการของตลาดก่อนที่กระแสนั้นจะหมดไปครับ

  2. คำถาม : ในกรณีที่สั่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากและมีปริมาตรใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ การเลือกขนส่งทางเรือช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่าอย่างไร?
    คำตอบ : การขนส่งทางเรือคิดอัตราค่าบริการต่อลูกบาศก์เมตร (คิวบิกเมตร) ในราคาที่ถูกกว่าการขนส่งทางรถอย่างมีนัยสำคัญครับ สำหรับสินค้าขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก การยอมใช้เวลาขนส่ง 15 - 20 วัน ทางเรือ จะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งคงที่ (Fixed Cost) ลงไปได้มหาศาล ทำให้ตั้งราคาขายในตลาดได้อย่างมีข้อได้เปรียบ

  3. คำถาม : ข้อจำกัดเรื่องสภาพอากาศมีผลกระทบต่อความล่าช้าของขนส่งทางรถและทางเรืออย่างไรบ้าง?
    คำตอบ : ขนส่งทางรถอาจได้รับผลกระทบจากปัญหาดินสไลด์หรือฝนตกหนักตามเส้นทางด่านชายแดนข้ามประเทศ ส่วนขนส่งทางเรืออาจเผชิญกับปัญหามรสุม คลื่นลมแรง หรือสถานการณ์ความหนาแน่นของท่าเรือปลายทาง อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ชิปปิ้งที่มีการจัดการตารางเดินรถและเดินเรือที่ชัดเจนอย่าง VIPCARGO88 จะช่วยกระจายความเสี่ยงและแจ้งสถานะให้คุณทราบได้ตลอดเวลา

  4. คำถาม : หากเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการขนส่งแบบผสมผสานหรือมีปริมาณไม่เต็มตู้ VIPCARGO88 มีบริการรองรับอย่างไร?
    คำตอบ : VIPCARGO88 มีบริการขนส่งแบบ LCL (Less than Container Load) หรือบริการรวมตู้รองรับทั้งทางรถและทางเรือครับ ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณแชร์พื้นที่ตู้จัดส่งตามปริมาณการนำเข้าจริงโดยไม่ต้องเหมาตู้ ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

โจทย์ใหญ่ของคนสั่งของจีนคือจะส่งกลับไทยช่องทางไหนให้คุ้มที่สุด? ระหว่าง "ทางรถ" ที่เน้นความเร็วติดสปีด ทันทุกกระแสตลาด กับ "ทางเรือ" ที่เน้นประหยัดเซฟงบ เหมาะกับสินค้าล็อตใหญ่ บิ๊กล็อต บทความนี้จะพาคุณไปผ่าข้อดี-ข้อจำกัดแบบหมัดต่อหมัด เพื่อให้คุณเลือกช่องทางที่ใช่และทำกำรียิ่งกว่าเดิม 

สาระน่ารู้

Visitors: 6,989,642