พิธีการนำเข้าทางเรือ

พิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ

Key Takeaways

  • ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ (TCS) : การผ่านพิธีการศุลกากรในปัจจุบันดำเนินงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องลงทะเบียนเพื่อบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ก่อน โดยสิทธิ์ปฏิบัติงานมีอายุ 3 ปีนับแต่วันอนุญาต
  • เอกสารหลักที่ขาดไม่ได้ : ขนส่งสินค้าทั่วไปต้องใช้ใบขนสินค้าขาเข้า (กศก. 99/1) พร้อมด้วยเอกสารสำคัญ เช่น Invoice, Packing List, Bill of Lading (B/L) และใบอนุญาตสำหรับกรณีที่เป็นสินค้าควบคุม
  • ระบบคัดกรองความเสี่ยง (Risk Management) : กรมศุลกากรใช้ระบบคอมพิวเตอร์ตรวจสอบและแยกประเภทใบขนสินค้าอัตโนมัติเป็น 2 กลุ่ม คือ Green Line (ยกเว้นการตรวจ สามารถรับของได้ทันที) และ Red Line (เปิดตรวจสินค้าโดยเจ้าหน้าที่)
  • ทางเลือกการชำระภาษีและค้ำประกัน : ผู้นำเข้าสามารถเลือกชำระภาษีอากรและวางเงินค้ำประกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment / e-Guarantee) เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า
  • หน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล : หลังจากการตรวจปล่อยสินค้าเสร็จสิ้น ผู้นำเข้าหรือตัวแทนมีหน้าที่ต้องจัดเก็บข้อมูลบัญชีราคาสินค้าในรูปแบบสื่อคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง

 

กรมศุลกากรได้พัฒนานำระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ในการบริการผ่านพิธีการศุลกากรซึ่งปัจจุบันเรียกว่าระบบ TCS ผู้ประสงค์จะดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำการลงทะเบียนกับกรมศุลกากร เพื่อบันทึกข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนแล้วสามารถเข้าสู่ระบบการผ่านพิธีการศุลกากรทางคอมพิวเตอร์ของตนเองหรือผ่าน SERVICE COUNTER ของเอกชนหรือที่จุดให้บริการของกรมศุลกากร ณ จุดนำเข้า - ส่งออก

 การลงทะเบียนกับกรมศุลกากรต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

  1. คำร้องขอลงทะเบียนปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ (ตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด)
  2. บัตรประจำตัวประชาชน
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน
  4. บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หรือหลักฐานการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  5. ประกาศนียบัตรผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนออกของ จากสถาบันวิทยาการศุลกากร สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล กรมศุลกากร จากสมาคมหรือสถาบันที่กรมศุลกากรรับรอง หรือ ประกาศนียบัตรผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากร จากสถาบันวิทยาการศุลกากร สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล กรมศุลกากร
  6. หนังสือรับรองการเป็นพนักงาน/ลูกจ้างของตัวแทนออกของ (ยกเว้นบุคคลที่มีบัตรผ่านพิธีการศุลกากร หรือบัตรผู้ช่วยปฏิบัติพิธีการศุลกากร และได้ผ่านการอบรม และทดสอบจากสถาบันวิทยาการศุลกากรตามประกาศกรมศุลกากรที่ 13/2549 ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551
  7. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  8. สำเนาเอกสารตามข้อ (2) - (5) อย่างละหนึ่งชุด พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง
  9. โดยยื่นคำร้องที่ ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ สำนักมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร กรมศุลกากรหรือยื่นผ่านสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากร ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียนจะสามารถปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของได้สามปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
 

พิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ

ในการนำเข้าสินค้า ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่กรมศุลกากรและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า อาทิ กระทรวงพาณิชย์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมปศุสัตว์ ฯลฯ ที่กำหนดไว้ให้ครบถ้วน โดยมีคำแนะนำในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อปฏิบัติตามขั้นตอนพิธีการศุลกากรในการนำเข้าสินค้า ดังนี้
  1. ผู้นำเข้าต้องยื่นแบบ กศก. 99/1 ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการนำเข้าสินค้าทั่วไปทุกประเภท ยกเว้นสินค้าที่กรมศุลกากรกำหนดให้ใช้ ใบขนฯประเภทอื่น
  2. เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าสินค้า
    1. สำหรับพิธีการชำระอากร พิธีการวางประกัน พิธีการขนถ่ายข้างลำ พิธีการคลัง สินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ต้องมีเอกสารประกอบ ได้แก่
      1. ต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้า (กศก. 99/1) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ เว้นแต่กรณีที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีการจัดทำคู่ฉบับเพิ่ม เช่น สำหรับการนำเข้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน กรณีดังกล่าวต้องมีสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า 2 ฉบับ
      2. ใบสั่งปล่อยสินค้า (กศก. 100/1)
      3. บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
      4. บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
      5. ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading)
      6. ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice)
      7. ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้าได้จาก www.customs.go.th เลือกรายการของควบคุมการนำเข้า-ส่งออก
      8. ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) กรณีขอลดอัตราอากร
      9. เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารแสดงส่วนผสม คุณลักษณะและการใช้งานของสินค้าแค็ตตาล็อก เป็นต้น
    2. พิธีการหลายเที่ยวเรือ ต้องเพิ่มพิมพ์เขียว (BLUE PRINT) แบบแปลน แบบพิมพ์หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาให้ทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ
    3. พิธีการขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิต้องเพิ่มสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) อีก 1 ฉบับ
    4. พิธีการส่งเสริมการลงทุนต้องหนังสืออนุมัติให้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
    5. พิธีการสินค้าส่งกลับ (RE-EXPORT) มี 2 กรณีดังนี้ คือ
    6. กรณีสินค้าอยู่ในอารักขาของศุลกากร ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
      1. คำร้องขอผ่อนผันทำใบขนสินค้าส่งกลับ (RE-EXPORT) ชำระอากร 1 ใน 10
      2. ใบขนสินค้าขาออก (กศก.101/1) พร้อมเอกสารประกอบ
      กรณีสินค้าอยู่นอกอารักขาของศุลกากร ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
      1. คำร้องขอผ่อนผันทำใบขนสินค้าส่งกลับ (RE-EXPORT)ขอคืนอากร9 ใน 10
      2. ใบขนสินค้าขาออก (กศก.101/1) พร้อมเอกสารประกอบ
    7. พิธีการนำของออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EPZ) ต้องเพิ่มเอกสารดังนี้ คือ
      1. แบบ กนอ. 02-1 กรณีสินค้านำเข้าเป็นวัตถุดิบ
      2. แบบ กนอ. 02-1 และ กนอ.101 กรณีสินค้านำเข้าเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบของสินค้าดังกล่าวที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าหรือการค้าเพื่อส่งออก

 

ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าสินค้าทางเรือ
  1. ผู้นำเข้าหรือตัวแทนจัดเตรียมข้อมูลใบขนสินค้าเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองหรือผ่าน Service Counter และให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนส่งข้อมูลใบขนสินค้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
    ระบบคอมพิวเตอร์กรมศุลกากรจะตรวจสอบข้อมูลกับแฟ้มข้อมูลอ้างอิง การอนุมัติ/อนุญาต เกี่ยวข้องและตรวจสอบบัญชีสินค้าสำหรับเรือโดยอัตโนมัติผ่านระบบคอมพิวเตอร์
  2. การตรวจปล่อยสินค้าจะนำระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้ในการสั่งการตรวจตามเงื่อนไขที่หน่วยงานศุลกากรกำหนดไว้ในระบบ Profile เพื่อจัดกลุ่มใบขนสินค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ ให้เปิดตรวจ (Red Line) หรือให้ยกเว้นการตรวจ (Green Line) เมื่อระบบตรวจสอบเสร็จแล้วจะกำหนดเลขที่ใบขนสินค้าและสั่งการตรวจให้อัตโนมัติ พร้อมกับแจ้งตอบกลับไปยัง ผู้ประกอบการทราบผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์และแจ้งโรงพักสินค้าหรือท่าเทียบเรือทราบถึงผลการสั่งการตรวจจากศุลกากร
    1. กรณียกเว้นการตรวจ ผู้ประกอบการสามารถติดต่อโรงพักสินค้าหรือท่าเทียบเรือรับมอบสินค้าได้ทันที
    2. กรณีให้เปิดตรวจ ผู้ประกอบการสามารถติดต่อโรงพักสินค้าหรือท่าเทียบเรือเพื่อเตรียมของเพื่อตรวจแล้วติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อตรวจปล่อยสินค้า
    3. การชำระและวางเงินประกันค่าภาษีอากร ผู้ประกอบการสามารถเลือกชำระและวางเงินประกันที่สำนักงานศุลกากรหรือชำระและวางเงินประกันผ่านธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ได้
    4. การวางค้ำประกันค่าภาษีอากร ผู้ประกอบการสามารถเลือกวางค้ำประกันที่สำนักงานศุลกากรหรือวางค้ำประกันผ่านธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Guarantee) ได้
    5. การตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า เป็นการตรวจ ณ ท่าที่ระบุในบัญชีสินค้าว่ามีชื่อส่งของถึงแต่ผู้ประกอบการสามารถแจ้งความประสงค์ขอขนย้ายสินค้าไปตรวจปล่อยนอกเขตท่าที่นำเข้าได้แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าในขั้นตอนจัดเตรียมใบขนสินค้าก่อนส่งมายังระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
  3. ผู้นำของเข้านำใบขนสินค้าพร้อมใบเสร็จเสียภาษีอากร เอกสาร Deliver Order (D/O) ไปดำเนินการตรวจปล่อยสินค้าในท่าเรือและขนถ่ายสินค้านำเข้ามาที่โกดังหรือโรงงาน หรือบริษัท
  4. ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องจัดเก็บข้อมูลบัญชีราคาสินค้าในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์เป็นเวลาไม่น้อย 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบใบขนสินค้าหลังการตรวจปล่อย โดยให้สามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานเมื่อกรมศุลกากรร้องขอ ดังนี้
    1. IMPORT/EXPORT INVOICE LIST BY DECLARATION ITEM
    2. IMPORT/EXPORT INVOICE LIST BY INVOICE ITEM
    3. IMPORT/EXPORT INVOICE LIST

 


 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับพิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ

  1. คำถาม : ระบบ TCS ของกรมศุลกากรคืออะไร และต้องทำอย่างไรจึงจะใช้งานได้?
    คำตอบ : ระบบ TCS คือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมศุลกากรนำมาใช้จัดการพิธีการศุลกากร ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องจัดเตรียมเอกสาร เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัญชีภาษี และประกาศนียบัตรตัวแทนออกของ เพื่อลงทะเบียนบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ณ หน่วยงานศุลกากรที่กำหนด

  2. คำถาม : ใบขนสินค้ากลุ่ม Green Line และ Red Line มีความแตกต่างกันอย่างไร?
    คำตอบ : เป็นการจัดกลุ่มด้วยระบบบริหารความเสี่ยงอัตโนมัติ โดยกลุ่ม Green Line คือใบขนสินค้าที่ได้รับการยกเว้นการตรวจ ทำให้ผู้นำเข้าติดต่อรับสินค้าจากท่าเรือได้ทันที ส่วนกลุ่ม Red Line คือกลุ่มที่ต้องรับการเปิดตรวจสินค้าและเอกสารโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนการตรวจปล่อย

  3. คำถาม : สามารถชำระค่าภาษีอากรและวางเงินประกันผ่านช่องทางใดได้บ้าง?
    คำตอบ : ผู้นำเข้าสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 ช่องทาง คือ เดินทางไปชำระและวางเงินประกันด้วยตนเองที่สำนักงานศุลกากร หรือดำเนินงานผ่านระบบธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment และ e-Guarantee) เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

  4. คำถาม : หากต้องการขนย้ายสินค้าไปตรวจปล่อยนอกเขตท่าเรือนำเข้า สามารถทำได้หรือไม่?
    คำตอบ : สามารถทำได้ครับ แต่ผู้นำเข้าหรือตัวแทนจะต้องแจ้งความประสงค์ขอขนย้ายสินค้าล่วงหน้าในขั้นตอนจัดเตรียมข้อมูลใบขนสินค้า ก่อนที่จะทำการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร

  5. คำถาม : หลังจากนำสินค้าออกจากท่าเรือแล้ว ผู้นำเข้ายังมีหน้าที่ใดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอีกไหม?
    คำตอบ : ผู้นำเข้าหรือตัวแทนมีหน้าที่ต้องจัดเก็บข้อมูลบัญชีราคาสินค้าในรูปแบบของสื่อคอมพิวเตอร์ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้สามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานส่งให้กรมศุลกากรตรวจสอบย้อนหลังเมื่อได้รับการร้องขอ

 

แหล่งที่มา : กรมศุลกากร

 


 

 

 

พิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ ผู้นำเข้าต้องทำใบขนสินค้าขาเข้า กศก.99/1 พร้อมเอกสาร เช่น Invoice, Packing List, Bill of Lading และผ่านขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า ทั้ง LCL และ FCL ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

สาระน่ารู้

Visitors: 6,989,418